แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Social Media Marketing แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Social Media Marketing แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

Week 2 : Social Feedback Cycle

Day 5 : The Purchase Funnel

หลังจากที่แวะเวียนไปเรื่องอื่นๆ มาหลายวัน เรามาเริ่มศึกษากันต่อ ใน week ก่อนๆ เราได้รู้จักเครื่องมือบางตัวที่สำคัญใน social web ไปแล้ว วันนี้เรามาเข้าเรื่องการทำการตลาดแบบ social media marketing กันเสียที
ในมุมมองของพวกเราอาจคิดว่า โห...ยากจัง ดูลำบาก วุ่นนวายวืดวือเหลือเกิด ตอนเรียนไม่เห็นมีวิชานี้ให้ลงเลย แต่สำหรับในมุมมองของผู้บริโภค (โดยเฉพาะรุ่นใหม่) social network เนี่ยมันช่างเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่ามัวร่ำไร ต้องรีบปรับตัวให้ทัน เดี๋ยวจะไม่ทันผู้บริโภคเค้า

ถึงแม้เราจะยังไม่ได้ลงสนาม social media marketing ก็ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจว่าตราสินค้าของเราจะไม่เป็นที่พูดถึง ยังไงถ้าเค้าชอบหรือไม่ชอบของคุณเค้าก็ยังคงมี social nertwork ที่เป็นสื่อที่พวกเค้า generate ขึ้นมาเอง เป็นที่สร้าง conversation เกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ เค้าอาจจะพูดกับตัวเองใน Blog comment หรือ share ได้โดยไม่ต้องรอ approved จากเจ้าของสินค้าเสียด้วย แต่จะดีกว่าไหม? หากคุณได้ร่วมวงสนทนากับเค้า สร้างมีพื้นที่ให้เค้าได้เมาท์ ได้ ( คอม) เมนท์กันเต็มที่ ทำให้เค้าได้มีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ไม่ต้องไปฟังแต่คนอื่นพูดถึงแบรนด์ของคุณ ซึ่งบางที่ก็ใช่จะเป็นเรื่องดี การที่คุณได้ร่วม share content กับพวกเค้ายังเปิดโอกาสให้คุณได้มีโอกาสแก้ตัวได้อีกด้วย และเค้าเองแหล่ะที่จะเป็นกระบอกเสียงแทนแบรนด์ในการแก้ต่างให้ ซึ่งแน่นอนใน Traditional media ทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่คล่องตัวแถมยังต้องมีงบเผื่อไว้ด้วย

มาดูกันก่อนว่าเราจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคใน social nerwork ได้ตรงไหน มาดูที่ The classic purchase funnel
The classic purchase funnel
ซึ่งเป็นรูปแบบการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจะเห็นว่าก่อนการซื้อสินค้า ผู้บริโภคจะรับรู้ในตราสินค้าก่อน (awearness) จากนั้นจึงพิจารณาไคร่ครวญว่าจะซื้อดีไม่ซื้อดี ตรงกระบวนการนี้คือ consideration phase ก่อนจะไปสู่การซื้อ (purchase) consideration phase นี้แหล่ะสำคัญนักเชียว บางที สร้างสื่อทีวีซะเริ่ดสุดดี แต่มาเจอตอ ก็ตอนกระบวนการนี้แหล่ะ เพราะผู้บริโภคมักจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว เค้าจะหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ และหากเป็นการบอกต่อหรือ word of mouth เนี่ยยิ่งเชื่อกันสนิทใจ เคยเจอกะตัวเองเหมือนกันเวลาไปซื้อของที่ห้าง ตั้งใจจะซื้อครีมบำรุงอยู่ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง เล็งๆอยู่ แค่มีสาวๆ หน้าใสกว่าเราเมาท์กันเสียงดังว่าจะซื้อครีมยี่ห้อ xxx เพราะติดใจใช้ดี แค่เนั้ยแหล่ะเดินตามสาวนางนั้นแทบไม่ทัน นี่คือตัวอย่างง่ายๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ consideration phase

การวิจัยของ Forrester เค้าสรุปประโยคที่น่าสนใจจากปากของผู้บริโภคยุคนี้ไว้ว่า " ไม่ว่าอะไรที่ได้เห็น ได้อ่าน ได้ยินมาจากทีวี หนังสื่อพิมพ์ นิตยสาร ฉันสามารถตรวจสอบได้จาก internet"

ดังนั้นการทำการตลาด social media marketing จึงต้องให้ความสำคัญกับ consideration phase แผนการตลาดดิจิตอลที่ได้ผลจะเชื่อมต่อระยะเวลาระหว่าง awearness กับ consideration phase ได้อย่างเนียนสนิท

The social feedback cycle

จากภาพแสดงให้เห็นว่า ใน perchase จะเกิด post perchase ซึ่งผู้บริโภคที่ได้ใช้สินค้าหรือบริการนั้นแล้ว มีการบอกต่อ หรือเกิด word of mouth บ้างเข้าไปแสดงความคิดเห็นใน social we ที่ตนเองมี network อยู่ การกระทำเหล่านี้ส่งผลต่อ consideration phase ของผู้บริโภคคนอื่นๆ และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในโลก internet ช่วงเวลาตรงนี้น เราสามารถเข้าร่วมวงสนทนากับผู้บริโภคได้ แต่ต้องเข้าไปอย่างแนบเนียนด้วย Trust and Caring ไม่ใช่เข้าไปตะโกนขายของปาวๆ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะเป็นเสมือน Listening platform เพื่อสร้างสัมพันธภาพอันดีและประสบการณ์ร่วกันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค (ซึ่งในวันต่อๆไปเราจะได้เขยิบเป็น talking platform และsharing platform ในบทต่อๆ ไป ใจเย็นๆ)

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ คือได้เริ่มทำการตลาด social media marketing อย่างจริงจัง โดยหัวใจของการดำเนินงานคือ การสร้าง" participant " ใน " consideration phase " ให้เกิด social feedback cycle อย่างมีประสิทธิภาพต่อตราสินค้าหรือบริการ

Day 5 : one hour exercise

ตอบคำถามต่อไปนี้ในใจนอกใจก็ได้ แต่ต้องจริงจัง

  1. ชื่อสินค้าหรือบริการ หรือแบรนดที่คุณต้องการทำการตลาด social media marketing คืออะไร?
  2. bussiness objective คืออะไร? ขอให้ชัดเจน เป็นตัวเลขเหมือน ROI
  3. เป้าวัดความสำเร็จของแคมเปญที่คุณจะทำคื่ออะไร มีอะไรบ้าง จงแจกแจง
  4. เป้าวัดในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
  5. สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับเป้าหมายความสำเร็จของแคมเปญนี้

เมื่อได้คำตอบแล้ว เช็คในประเด็นดังต่อไปนี้

  1. bussiness objective ของคุณ ฟังหรืออ่านแล้วคนอื่นเข้าใจไหม?
  2. bussiness objective ของคุณเฉพาะเจาะจงชัดเจนไหม? เช่น ต้องการสร้างยอดขายให้ได้ 200000 ชุด ภายในสิ้นปี 2552
  3. เป้าวัดของคุณวัดได้ไหม? อาจงงว่าจะวัดอย่างไร ง่ายๆ ในโลก internet สถิติเป็นเรื่องง่ายและ real time ยกตัวอย่างเช่น มีคนเข้าไป comment กี่ comment แยกเป็น positive comment และ negative หรือถ้าคุณใช้ระบบ SEO (search engine optimization ) ก็ตั้งเป็นเป้าวัดได้ มีใครคลิกเข้าหาคุณกี่คลิกต่อวัน คุณวัดได้ การวัดผลจาก social media ทำได้มากมาย จะเรียนรู้กันต่อไปค่ะ

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

Day 3 : Social Media Marketing An Hour A Day

Wednesday :
Microblogs and Tagging

Microblog
ก็คือ Blog เล็กๆ ที่เอาไว้แปะอะไรสั้นๆไม่เกิน 140 ตัวอักษร จะใช้บ่น ก่น ด่า บอกเล่า กระจายข่าว หรือแค่อยากบอกใครรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ยังไงก็ได้ไม่ว่ากัน

Tagging คือป้ายชื่อหรือป้ายกำกับบทความต่างๆที่เราเขียนขึ้นมาใน blog หรือ social web ให้Search Engine ได้เก็บข้อมูลตามคำค้น (KEYWORD) ที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งครั้งแรกๆใช้กับเว็บบล็อก ต่อมาTag ก็มีออกแบบและการนำไปใช้กับเว็บไซต์ทั่วๆไป

เอ แล้ว microblog กับ Tagging มันเกี่ยวอะไรกัน มันเหมือนกันตรงที่สั้นเร็วกระชับเหมือนกัน
Social web สร้างจากส่วยย่อยที่มาปะติดปะต่อกัน พวกนี้แหล่ะ แต่ website ส้รางมาจากส่วนที่ปะติดปะต่อกันหลายๆส่วน อธิบายไปก็อาจจะงง แวะชม microblog เหล่านี้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น



http://twitter.com/
http://pownce.com/
http://tumblr.com/
http://plurk.com/

แล้ววิเคราะห์ประเด็นต่อไปนี้
1. อะไรทำให้คนหนึ่งคอยติดตามความเคลื่อนไหวของคนอีกคนหนึ่ง
2. เราจะสมัครใช้บริการเหล่านี้ได้อย่างไร จะใช้ส่วนตัวหรือเอามาใช้ประโยชน์ทางการตลาดอย่างไร

ขอแนะนำให้เริ่มที่ Twitter สุดฮิต เพราะใช้ง่ายหน้าตาดี Concept ของ Twitter มาจาก concept ที่ว่า What are you doing? คุณสามารถบอก เพื่อนๆของคุณว่าขณะนี้ คุณทำอะไรอยู่ที่ไหน ด้วยตัวอักษรไม่เกิน 140 ตัวอักษร ยกตัวอย่างจะติดตามเรื่องpookie twitter ที่

http://twitter.com/pookiepookie ก็จะรู้ความเคลือนไหว pookie สำหรับช่องทางการตลาด ในบริษัทธุรกิจต่าง ๆ สามารถบอกรายละเอียดสินค้าและบริการให้กับลูกค้าหรือคนที่ Follow ได้

เสร็จแล้วเรามาแวะชม website ที่ให้บริการด้าน Tagging

http://www.stumbleupon.com/
http://del.icio.us/
http://ma.gnolia.com/

ตัวที่น่าสนใจคือ delicious เรียกว่าเป็นบริการ social bookmarking ผู้ใช้สามารถเก็บ favorite website ได้มากมาย แบ่งเป็น category ตาม tagging ที่เจ๋งก็คือ เราจะเห็น ranking ของ favorite website ที่หลายๆคนเก็บเข้ามา เราก็จะได้เห็นว่ามี website เจ๋งอันไหนที่เรายังไม่เคยเห็น นับว่าเป็นการขยายโลก online ของเราให้กว้างใหญ่ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ลอง strubleupon ก็ไม่เลว ดูแนวดี ใช้ง่าย มีภาพโชว์ แถมมี review ด้วย

ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ tagging
ลบไปเลยไอ้ที่เคยเก็บ favorite website ฝั่งซ้ายมือนี่แหล่ะ แล้วใช้บริการ delicious หรือ stumbleupon



ปล. จะสังเกตว่าบทความนี้แปะ tag ว่า Social Media Marketing

Day2 : Social Media Marketing An Hour A Day

Tuesday:
The web come alive with multimedia

เดี๋ยวนี้ web ไหนๆก็ใช้ multimedia และมีบทบาทใน social web มากขึ้นเรื่อยๆ social web ดังๆ ก็เกิดมาด้วเพราะ multimedia อย่าง youtube, flickr, photobucket...etc

Today's one hour exercise

อย่ามัวตื่ตา ตื่นใจไปกับ web ที่อยากให้เข้าไปดูข้างล่าง จุดประสงค์คืออยากใก้ศึกษาถึง content ที่ web นำเสนอและเปิดโอกาสให้ผ้ใช้ได้มี่ส่วนร่วมในการ " share " ประสบการณ์
บางอย่างอาจดูไร้สาระ และมีอีกไม่น้อยใน web เหล่านี้ที่ทำให้เราได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น จนคุณต้องอึ้งไปบ้างก็มี

ลองแวะชม website เจ๋งๆ เหล่านี้

http://www.flickr.com/
http://www.photobucket.com/
http://www.youtube.com/
http://www.seesmic.com/
http://www.metacafe.com/

แต่อย่าลืมพิจารณาประเด็นต่างๆ ตามนี้ด้วย

  1. เขาเสนอบริการอะไร
  2. ใครเป็นขาประจำของ web และทำไม
  3. แล้วเราจะร่วมสร้าง content กับพวกเค้าได้ไง
  4. คุณเริ่มติดลมกับเค้ามั่งหรือเปล่า และชักอยากจะเข้าไปร่วมวงกับเค้าบ้างเข้าไงแล้วหรื่อเปล่า
  5. แรงจูงใจทางสังคมด้านไหนที่ทำให้ web เหล่านี้แจ้งเกิดได้
  6. ลองดึง contentมาสักอัน แล้ววิเคาระห์ว่าอะไรคื่อแรงจูงใจที่ทำให้พวกเค้า post หรือ share ใน web และผลลัพธ์ทาได้จากการ post

มาถึงตรงนี้แล้วจะไม่ลองเข้าไปร่วมสนุกกับ web เหล่านี้หน่อยหรือ ลองนึกหา content แล้ว share ให้ผู้คนในสังคมออนไลน์ได้เห็น ความสนุกมันอยู่ตรงที่ "เราได้เห็นในสิ่งที่ตัวเองสร้างออนไลน์ และมีคนอื่นได้เห็นด้วย" มันเป็นควมสุขเล็กๆที่คนธรรมดาจะหาได้ เผลอๆ อาจดังโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ ยกตัวอย่างเช่น 2 อาตี๋เด็กหอที่ลิปซิงค์เพลงของ black streer boys จนดังในชั่วข้ามคืน ผลลัพธ์ โนเกียจีน ดึงสองอาตี๋นี้ไปเป็น presenterเรียบร้อย รับไปหลายล้านหยวน

http://www.youtube.com/watch?v=YBlCtqsat-w

social connection คือ ประเด็นที่สำคัญ ใน social web พูดได้ว่า The act of sharing สำคัญกว่าสิ่งที่ถูก share หากเปรียบกับสื่อแบบเดิมๆอย่างทีวีแล้ว เรียกว่าคนละโลกเลยทีเดียว เพราะสื่อทีวีเป็นอะไรที่ทุกๆอย่างถูกควบคุม ตั้งแต่เนื้อหายันเวลา แถมยํงโดนบังคับให้ดูอีกด้วย

วันนี้มีโบนัส

ในข่องทางของการตลาด มีการศึกษาว่ากลุ่มคนที่ชอบ webประเภทนี้จะใช้เวลาขลุกอยู่กัยมันมากกว่าสื่อประเภทอื่น แน่นอนโดยเฉพาะทีวี แล้วนักการตลาดจะทำอย่างไร

case ที่น่าสนใจคือ Nike+ลอง search เข้าไปชม สุดยอดจริงๆ แต่บารมีไนกี้เค้าสุดยอดอยู่แล้ว สินค้าที่เรามีอยู่นี้ล่ะ จะทำอย่างไรดี อันนี้ท้าทายกว่าถ้าทำได้เท่าไนกี้ แสดงว่าเราสุดยอดกว่า ขอบอก